พรุ่งนี้โรงเรียนจะเปิดเทอมแล้วค่ะ  ตื่นเต้นอย่างแรง!!!  เพราะไม่รู้ว่าปีนี้จะเจอครูประเภทไหน  เพื่อนร่วมชั้นประเภทไหนอีก  คิดแล้ววิตกจริตค่ะ  บางทีก็คิดอยู่เหมือนกันว่าปีนี้จะแจ็คพ็อตแตกโดนโหวตให้เป็นคณะกรรมการของห้องอีกรึเปล่า  คิดหนักจริง ๆ เพราะว่าปีที่แล้วก็เป็นรองหัวหน้า  อันที่จริงมันก็โดนเป็นอยู่แทบทุกปีนั่นแหละค่ะเพียงแต่ว่าจากระสบการณ์ที่ผ่านมามันทำให้เราเข็ดขยาดจริง ๆ  ยิ่งปีนี้เป็นการจัดห้องตามผลการเรียนของปีที่แล้วซะด้วยยิ่งหนักไปใหญ่ค่ะ  เพราะคนที่ได้ 3.5 ขึ้นไปจะๆได้อยู่ห้องคิงส์ ห้องควีนส์ประมาณนี้แหละ  แล้วเราได้เกรด 3.75 ผลที่ออกมาคือได้อยู่ห้อง 1 ซึ่งส่วนใหญ่เพื่อนเก่า ๆ จะได้อยู่ห้องเดียวกัน  เพราะเป็นเด็กที่มาจากการสอบเข้าแล้วมีผลการเรียนดี  แต่เรื่องของเรื่องก็เพราะในห้องมันมีแต่เด็กเรียนไงคะ  ซึ่งในห้องเนี่ยมันจะมีเด็กที่แบ่งออกเป็นกลุ่ม ๆ ก็คือ

 

1.       เด็กเรียน

ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าเด็กกลุ่มนี้ทุกลมหายใจมีแต่ เกรด 4 เรียนกวดวิชา  ทำข้อสอบ  งานการของห้องจะไม่ค่อยจับต้องหรอกค่ะ  ทำอะไรก็ไม่ค่อยเป็น  แต่จะชอบตินู่นตินี่  พอเอาเข้าจริง ๆ ก็เป็นแค่ทฤษฎี  แต่ปฏิบัตินี่เฮงซวยมาก ๆ   

 

2.       เด็กกิจกรรม 

เด็กประเภทนี้ในห้องจะมีน้อยค่ะ  เพราะส่วนใหญ่มันก็เป็นเด็กเรียนกันซะเยอะ  พวกเด็กกิจกรรมถึงจะเรียน ได้ 3.5 อัพ แต่จะสู้พวกเด็กเรียนไม่ได้  ข้อดีคืออย่างน้อยเด็กประเภทนี้ยังพอขอความช่วยเหลือได้บ้าง  เวลาทำงานของห้องจะเต็มที่แต่พอเวลาเรียนจะชอบขอลอกไอ้พวกเด็กเรียน  ซึ่งเด็กเรียนบางคนก็ยอมให้ลอก  แต่ส่วนใหญ่จะบอกปัดไปว่า

เราก็ไม่รู้เหมือนกัน     

เรายังทำไม่เสร็จเลย 

อย่าลอกเลยเราทำมั่ว ๆ ไปงั้นแหละ

      และอีกมากมายทีจะอ้าง

               

แต่ก็พอจะเข้าใจนะคะว่างานทุกอย่างการบ้านทุกชิ้นมันเป็นคะแนน  เป็นเราใครมาขอลอกบางทีก็ไม่อยากให้นะเพราะคิดว่าตูอุตส่าห์ทำแทบตายอยู่ดี ๆ พวกแกก็มาขอกฃของตูไปมันหน้าเหนี่ยวนัก

แต่ถ้าเป็นเพื่อนสนิทเราจะไม่ให้ลอกแต่จะเป็นการสอนซะมากกว่าค่ะ  เพราะพอลอกเสร็จพวกที่มันขี้เกียจความรู้ทั้งหมดมันก็จะกลายเป็นแค่ขี้ดินที่ไร้ค่า  เราหวังดีกับเพื่อนเลยคิดว่าเราควรจะทำให้เขารู้จริง ๆ ไม่ใช่แค่สักแต่ลอกแล้วพอตอนหลังก็มาขอลอกเราอีก

 

     3.เด็กรวมมิตร  (ทั้งเรียนทั้งกิจกรรม)   

       เด็กประเภทนี้มีน้อยกว่าเด็กกิจกรรมซะอีกค่ะ  ก็เรานี่แหละ  บางทีก็นึกภูมิใจอยู่เหมือนกันที่เราเป็นเด็กกลุ่มนี้  เวลาอยู่ในห้องเพื่อนส่วนใหญ่จะให้ความนับถือค่ะ  เพราะเด็กกลุ่มนี้จะเป็นพวกที่ต้องอุทิศตนอย่างแรงค่ะ  เพราะต้องจัดสรรเวลาให้ถูกต้องและเหมาะสม  ส่วนใหญ่เด็กกลุ่มนี้จะเป็นพวกคณะกรรมการห้อง  เวลาที่คุณครูมีกิจกรรมอะไรของห้องก็ต้องแบกภาระไว้  ทั้ง ๆ ที่อันที่จริง ๆ งานของห้องเป็นงานส่วนรวมไม่ใช่งานส่วนตัวแค่เฉพาะกับคณะกรรมการห้อง  แต่นั่นหละหนาสุดท้ายก็มีคนทำแค่ไม่กี่คน  บางทีเงินซื้อของ ตกแต่ง พวกวัสดุอุปกรณ์ก็ต้องออกเงินซื้อกันเอง  เพราะบางทีพอประกาศว่าจะขอเรี่ยไรเงินเพื่อซื้อของมาทำงานห้องมันก็ทำเป็นหูทวนลมกันแน่ะ  บางทีมีเสียงบ่นมาด้วยว่า เงินแค่นี้ทำไมไม่ออกตังค์เองล่ะ  ก็เพราะมันแค่นี้น่ะสิถึงได้บอกให้ช่วยกันออก  บางทีเราขอแค่ 3 บาท 5 บาท  มันยังโกหกกันหน้าด้าน ๆ ว่าไม่มีตังค์ค่ารถกลับบ้าน  แต่พอตกเย็นเท่านั้นเห็นมันมุดหัวอยู่ที่ร้านเกมส์ซะแล้ว  บางทีที่มาจากการระดมเงินของห้องก็ยังไม่พอซื้อของเลย  สุดท้ายก็ตกเป็นหน้าที่ของกรรมการห้องช่วยกันออกเงินเพิ่มอีก  พอได้ของครบคนจัดมันก็มีไม่กี่คนนะ  บางทีจัดกว่าจะเสร็จก็ปาเข้า  5โมง 6โมงนู่นพอจัดเสร็จมันก็ภูมิใจหายเหนื่อยนะ  เพราะรู้สึกว่าเราทำดีที่สุดแล้วแต่พอวันรุ่งขึ้นนี่สิ  มาแล้วค่ะพวกนักวิจารณ์มือพิการปากจรวดจะเริ่มทำงานค่ะ  เดี๋ยววิจารณ์ตรงโน้นบ้างตรงนี้บ้าง  พอจัดเสร็จก็ถึงเวลาให้คะแนนค่ะ  ครูบางท่านก็จะไม่ถามว่าใครเป็นคนทำ  เพราะอะไรอันนี้ก็ไม่ทราบแต่พอให้คะแนนก็จะได้กันยกห้องค่ะ  ถ้าได้คะแนนดีก็แล้วไป  แต่ถ้าคะแนนบ๊วยเมื่อไหร่โดนมันรุมยำแน่ค่ะ  ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายจริง ๆ ค่ะ 

 

     4.เด็กปลิง(ไม่ดูดเลือด)

       เด็กกลุ่มนี้จะเรียกว่าขยะของห้องเลยก็ว่าได้ค่ะ  เพราะมันจะติดหนึบจริง ๆ ลองถ้าใครได้เจอสักครั้งจะเข็ดขยาดไปเลยค่ะ  เพราะว่าพวกนี้จะไม่ค่อยทำอะไร  เรียนมันก็ไม่เรียนนะ  งานของห้องก็ไม่ค่อยจะช่วยนะ  เราโค-ตะ-ระ เกลียดเลยค่ะ  ทำอะไรไม่ค่อยเป็นเป็นแต่กวนบาทา  ทำตัวเป็นเจ้าพ่อของห้อง  และโปรยเสน่ห์ผู้หญิงไปทั่ว  แต่พอเกรดออกมาเจ้าพระคุณเอ๊ย  การที่เด็กกลุ่มนี้รวมตัวกันมันยิ่งกว่าส้มทำปลาร้า+ปูเค็มซะอีก  ถ้าเป็นกับผู้ชายมันก็จะอาจจะพูดดี ๆ ก่อนถ้าไม่ให้ก็ใช้กำลัง  แต่ถ้าเป็นผู้หญิงมันจะหน้าด้านท่าเดียวค่ะ  ขออยู่นั่นแหละ  พูดไปก็ส่งสายตาหวานเยิ้มชวนอาเจียน  หยอดคำหวานไปด้วยบ้างน่าแหวะสุด  ๆ ค่ะ

 

พอรู้ว่าเปิดเทอมนี้มีการแยกเด็กตามผลการเรียนก็มีคำถามอยู่มากมายเลยค่ะ 

ทำไมต้องแยกเด็กตามผลการเรียน?  ผู้ใหญ่อาจจะคิดว่ามันดีสำหรับทุกคน  ดีกับเด็กที่ตั้งใจเรียน  ดีกับครูผู้สอน  ดีกับครูประจำชั้น  (แน่ใจเหรอ?)

 

จะรู้ได้ยังไงว่าเด็กที่มีผลการเรียนดีเป็นเด็กที่เก่งจริง ?  เก่งในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่เรียนเก่ง  ทำคะแนนดี  แต่หมายถึงรอบรู้ทั้ง  IQ  และ  EQ  เพราะที่เห็น ๆ มาเด็กที่มีคะแนนดีแต่นิสัยแย่ยังวนเวียนอยู่ในห้องคิงส์ห้องควีนส์ นับไม่ถ้วน  เรื่องนี้คือเรื่องที่เรากังวลมากที่สุดค่ะเพราะว่าถ้าการเลือกคณะกรรมการห้องคนใหม่ของปีนี้มาจากการเลือกของเด็กในห้อง  ส่วนใหญ่ก็จะเลือกเด็กรวมมิตรให้เป็นคณะกรรมการห้อง  เพราะมันจะง่ายต่อเด็กกลุ่มอื่น ๆ ที่ไม่ยากทำงานส่วนรวม  และไม่อยากให้คะแนนตก  แต่คิดอีกแง่นึงมันก็ดีสำหรับเรา  เพราะมันเป็นการฝึกการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดีเผลอ ๆ ถ้าเราตั้งใจทำหน้าที่ของเราดีที่สุด  เราก็อาจจะทำคะแนนได้ดีกว่าพวกเด็กกลุ่มอื่น ๆ เพราะครูส่วนใหญ่จะรักเด็กที่ตั้งใจเรียนและตั้งใจทำงาน  เพราะจะทำให้เราได้คะแนนจิตพิสัยที่น่าพึงพอใจและถ้ามีเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับการเรียน  เราก็สามารถที่จะขอคำปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือได้อย่าง่ายดาย  ขอบอกไว้ก่อนนะคะว่ากรณีนี้คนละอย่างกันกับนักเรียนที่ประจบสอพลอหรือหน้าไหว้ หลังหลอก  อย่าคิดนะว่าเหล่าคุณครูจะไม่รู้ว่าเราคิดยังไง  ถ้าลองได้เห็นตัวตนที่แท้จริง ๆ ตัวเราเองนั่นแหละที่จะหลุดออกจากวงโคจรไปเลย  ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน  เพราะฉะนั้นเราจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด  เพื่อตัวเราเอง  เพื่อคนที่อยู่ข้างหลังเราและเพื่อสิ่งที่จะเข้ามาในชีวิตเรา  เอ็นทรี่นี่ยาวเหลือเกินค่ะ  ไม่เคยเขียนยาวขนาดนี้มาก่อนเลยค่ะ พอแค่นี้ก่อนดีกว่า ยังไงก่อนจบก็ขอทิ้งท้ายไว้ด้วยเนื้อเพลงเด็กเอ๋ยเด็กดี แล้วกันค่ะ


เด็กเอ๋ยเด็กดีต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน

เด็กเอ๋ยเก็กดีต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน

หนึ่งนับถือศาสนา
สองรักษาธรรมเนียมมั่น

สามเชื่อพ่อแม่ครูอาจารย์
สี่วาจานั้นต้องสุภาพอ่อนหวาน

ห้ายึดมั่นกตัญญู
หกเป็นผู้รู้รักการงาน

เจ็ดต้องศึกษาให้เชี่ยวชาญ ต้องมานะบากบั่น ไม่เกียจไม่คร้าน
แปดรู้จักออมประหยัด
เก้าต้องซื่อสัตย์ตลอดกาล น้ำใจนักกีฬากล้าหาญให้เหมาะแก่การสมัยชาติพัฒา
สิบทำตนให้เป็นประโยชน์ รู้บาปบุญคุณโทษ รู้รักชาติศาสนา

 

คนที่ทำได้อย่างในเพลงนี้คงหายากขึ้นทุกวันแล้วล่ะค่ะ 

 

ก่อนจะจากไปจริง ๆ แล้วขอแปะรูปเจ้าปุยฝ้ายสุดที่รักไว้หน่อยแล้วกันค่ะ

                                                                                                              

หวัดดีฮับผมชื่อปุยฝ้าย  ผลหล่อมั้ยฮับ ?                    

เอ็นทรี่หน้าพี่ปรางจะแนะนำผมให้ทุกคนรู้จักด้วยน่ะฮับ                                

บ๊ายบายนะฮับ

edit @ 11 May 2008 16:45:12 by มะปรางข้างรั้ว

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

น้องแมวน่ารักมากเลยค่ะ

เราว่าการแยกเด็กเรียนกับเด็กเก่งมันไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยมากกว่านะคะ เพราะในแต่ละห้องก็จะมีแต่คนแบบเดิมๆ

การที่เราเอาเด็กหลายๆแบบมารวมกัน
ทำให้การเรียนรู้ชีวิตดีขึ้น ทำให้ปรับตัวเข้ากับคนหลายๆแบบได้มากขึ้น อาจจะมีทั้งพวกดีและไมดีเก่งและไม่เก่ง แต่บางทีมันก็ส่งผลกระทบหลายๆแบบค่ะ

การแยกห้องโดยแบ่งตามผลการเรียนมันจะไม่มีประโยชน์สำหรับเด็กที่เรียนดีหรือไม่ดีเลย เพราะเด็กที่เรียนดีก็จะภาคภูมิใจ และหยิ่งในความเก่งของตัวเองมากขึ้น จนบางทีกลายเป็นพวก "เกรียน" ก็มีค่ะ ส่วนเด็กที่เรียนไม่ดีก็จะเป็นปมด้อย และทำให้รู้สึกต่ำต้อย และบางทีก็กดดันให้ทำอะไรแย่ๆหลายอย่างนะคะ

การที่เราให้เด็กเรียนดีและเด็กเรียนแย่มาอยู่ในห้องเดียวกัน ทำให้เค้าเรียนรู้ซึ่งกันและกันมากกว่าค่ะ

big smile
ไม่ควรแยกจากกันครับ... น่าจะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แบบเพื่อนช่วยเพื่อนมากกว่าครับ...big smile

#2 By สัตตบงกช on 2008-05-11 17:44

สังคมเราเดี๋ยวนี้ชอบแบ่งแยกชัดเจน
แต่ผมว่าหลากหลายดีกว่านะ
ชีวิตจะได้มีรสชาติcry

#3 By greateve2b on 2008-05-11 17:56

เราก็ว่ามันไม่ค่อยดีหรอก แบบนี้น่ะ
เราเป็นพวกหนึ่งนะที่นับอยู่ในพวกห้องราวๆนี้อีกคน เกรดดีบ้าง ตกบ้าง
แต่สภาพในห้องเรา เราขอเรียกว่า เฟะ จริงๆค่ะ
ของเรามันหนักกระทั่งการบ้านรายงานค่ะ
คนที่ไม่ทำคือ ไม่ทำเลย ไอพวกเด็กห่วงเกรด พวกห่วงงาน ก็ทำกันไป(เผอิญว่าเราอยู่ช่วงหลัง)
แถม รร. เราแบ่งชายหญิงด้วยค่ะ ยิ่งแล้วใหญ่ เหอะๆๆ
พอเอาผู้หญิงมารวมกัน ห้องแบ่งเป็นฝ่ายๆ ใส่หน้ากากใส่กันตลอด
เราก็ไม่ใช่ว่าพวกช่วยงานห้องนะ เพราะเราเป็นนักดนตรีวง รร. ค่ะ
เพราะงั้นก็จะมีไปเรียนสายมั่ง ไม่ได้ไปซ้อมละครห้องมั่ง
ผล... เราโดนเพื่อนในห้องด่า แล้วก็บอยค็อตค่ะ - -

คิดถึงห้องสมัยประถม...

#4 By -+[@~AMECOCO~@]+- on 2008-05-11 18:06

ระบบคัดห้อง กับ คละห้อง สำหรับผมเองนะครับ ย้ำว่าสำหรับผมเอง มันมีทั้งข้อดีและเสียในตัวทั้งคู่ แล้วก็บอกไม่ได้ด้วย ว่าแบบไหนดีกว่า แล้วแต่วัตถุประสงค์จริงๆ ว่าในสังคมนั้น โรงเรียนนั้น ต้องการแบบไหน เพราะผมผ่านมาทั้งระบบคัดห้อง และคละห้อง

คัดห้อง -> เด็กส่วนใหญ่ จะมีระดับความรู้ใกล้ๆกัน ดังนั้นในชั่วโมงเรียน ผู้สอนสามารถใส่เนื้อหาให้เต็มที่ ไม่ต้องรอคนไม่เก่ง ทำให้ ในหนึ่งคาบเราจะได้รับเนื้อหาที่มาก และพอที่จะไปแข่งขันกับคนอื่นๆได้ แต่ข้อเสียอย่างมหันต์ คือ คนที่ไม่เก่งแล้วหลงมาอยู่ในห้องนี้ จะหลุดวงโคจรความสนใจไปเลย ยิ่งถ้ามีแต่พวกเก่งแต่เห็นแก่ตัว ไม่ช่วยเพื่อน จมดินเลยครับ แล้วบรรยากาศมันจะ้เครียดนิดนึง โรงเรียนมีความคาดหวัง ส่วนห้องไม่เก่ง ก็คือจะไม่เรียนกันเลยยกห้องเลย เพราะสิ่งแวดล้อมภายในห้องมันเป็นเช่นนั้น

คละห้อง -> การเรียนผู้สอนจะไปได้ช้า ไม่สามารถเสริมอะไรได้มาก เพราะต้องสอนแบบไปด้วยกัน คนเก่งถ้าไม่ไปขวนขวายข้างนอก หรือเรียนกวด ก็จะเก่งแค่พอประมาณ แต่บรรยากาศของห้องจะอบอุ่นกว่า มีเด็กเก่ง เด็กกิจกรรม เด็กโจ๋ เด็กโจ๊ก ก๊กผู้ชาย แก๊งผู้หญิง เฮฮาสนุกสนานกันไป

แต่ถ้าเอาเข้าจริงๆแล้ว เรื่องของคนเห็นแก่ตัว ไม่ว่าจะคัดห้อง หรือ คละห้อง มันก็มีทั้งนั้นแหละครับ หนีไม่ได้หรอก เอาเป็นว่า เีราเป็นคนดี เราทำดี แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

#5 By บอมเบย์ on 2008-05-11 18:43

เด็กเรียนจะหวงความรุ้ครับ
มีความเห็นแก่ตัวสูง(ในสายวิทยมีมาก)
ไม่ค่อยอยากช่วยงาน ห้องเพราะมันไร้สาระ
เล่นพรรคเล่นพวก ไม่ใช่พวกกูไม่เอา
(ดูได้จาก ถ้าเราไปบริษัท ที่รุ่นพี่ ฬ เค้าก็อยากรับเด็ก ฬ)


ผม เป็นเด็กกิจกรรม ที่ เกรดไม่ถึง 2.5 อะ

ผมทำแต่กิจกรรม
ละครเวที
ทำวีดีโอโปรหมวด

แข่งหมากล้อม
กรรมการนักเรียน
ออกค่าย

ทำมันหมดทุกอย่าง

จบมาปัจจุบันหาที่เรียนไม่ได้ 555

ทำแต่กิจกรรม

เรียนแบบไหนก็เหมือนกันแหละถ้าเด็กตั้งใจเรียน และครูตั้งใจสอน

#6 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-05-11 19:18

เจอมากับตัวแล้วค่ะ
แต่ก็ปล่อยๆปลงๆ คิดกังวลไปก็ไร้ประโยชน์(แต่แอบด่าในใจ 555+)
ใครทำอะไร คนนั้นก็ได้รับผลของมันเอง
เราทำ เราก็ได้เอง นะคะbig smile

#7 By Pleng on 2008-05-11 19:29

ผมเป็นเด็กกิจกรรมครับ แต่ + ปลิงแหละ

ทำแต่กิจกรรมของโรงเรียน หวังเอาคะแนน

แต่ที่บอกว่าปลิง คือ ไม่ทำการบ้านจะรอลอกอย่างเดียว

อันนี่เมื่อตอนอยู่ มัธยมนะครับ ม.1-3 ทำกิจกรรมโรงเรียนหมดทุกอย่าง ได้คะแนนพอผ่าน

พอโตๆเริ่มต้องเรียนละ เพราะย้ายที่เรียนเป็น พานิช ไม่มีกิจกรรมไรเลย 55+

เลยต้องตั้งใจเรียนละ

- - - - - - - - - - - -

เคยทำงานกลุ่มครับ ผมหน้าที่กลับไปหางานร่วมรวมข้อมูล และเอามาส่งคนทำ ส่วนเรื่องพวกขี้เกียจ ไม่ทำไรเลย รอแต่คะแนน เกียจสุดๆไม่ทำละยังมานั่งกวนโอ้ย มีแต่มาสั่งๆ ไม่เคยทำอะไรสักเรื่อง คิดแล้วแค้น cry

#8 By [Blog]-`Nutty,,* on 2008-05-11 20:06

ที่โรงเรียนเรา ก็เป็นแบบนี้ล่ะค่ะ

แต่เด็กเรียน ที่ไม่เห็นแก่ตัว ก็มีนะ
(เพื่อนเรา confused smile )

แต่สัดส่วนในห้องเรา เด็กเรียนจะเป็นชนกลุ่มน้อยค่ะ
พวกรวมมิตรจะเยอะสุด แต่ก็สูสีกับพวกกิจกรรม
ส่วนจำนวนเด็กปลิงจะมีประมาณพอๆกับเด็กเรียน เยอะกว่านิดหน่อย

แต่ใครที่แสดงธาตุปลิงออกมามากๆจะโดนคนในห้องแบน เพราะฉะนั้นกิจกรรมต่างๆใครพอจะช่วยอะไรได้ก็ช่วยๆกันไป

คนที่เห็นแก่ตัวมันก็ต้องมีอยู่แล้วล่ะค่ะ ไม่ว่าห้องจะเป็นแบบไหน

ปล.น้องแมวน่าร้าก
ผมอ่านแล้วลังเล ผมจะอยู่รวมมิตรดี รึจะอยู่ปลิงดี 555

#10 By D û D e ` z on 2008-05-11 20:41

การแยกห้องตามผลการเรียน ถ้าจัดการเรียนการสอนได้ดีจริง ก็มีประโยชน์ที่เห็นชัดคือ เด็กที่เก่งจะได้มีแรงกระตุ้น และสามารถเติบโตได้เต็มศักยภาพ ไม่เบื่อหน่ายเพราะต้องเรียนซ้ำสิ่งที่รู้แ้ล้ว ไม่รู้สึกถูกเพื่อนถ่วง ไม่เกลียดขี้หน้าและรู้สึกดูถูกเพื่อนที่ช้ากว่า (ตัวถ่วง)
เด็กอ่อนก็จะได้รับความสนใจจากครูเต็มที่ ได้เรียนรู้ในระัดับความเร็วที่ตนเองตามทัน ไม่ต้องคอยวิ่งไล่กวดไอ้พวกเก่งๆ ซึ่งก็ไล่ไม่เคยทัน ทำให้เหนื่อย ท้อ หมดกำลังใจ

แต่ถ้าทางโรงเรียนจัดการเรียนการสอนไม่ดี ครูไม่สนใจ ตลอดจนนักเรียนไม่เอาใจใส่เองก็กรรมล่ะทีนี้

ส่วนเรื่องอื่นไม่เกี่ยวเสียทีเดียว สังคมไหนๆ ก็มีคนหลายแบบ ไม่ขึ้นกับผลการเรียน

#11 By RAE (203.156.31.39) on 2008-05-11 20:45

เดี๋ยวนี้ โรงเรียนหันมาบริหารแบบนี้กันหมดแล้วล่ะ
แบ่งเด็กเรียนดีกับเด็กไม่ค่อยเรียน

ผู้ใหญ่เขาคิดว่า เด็กเรียนดี เรียนได้ อยากเรียนก็เอามารวมๆกัน จะได้เรียนเต็มที่ไปเลย ศักยภาพเด็กสูงอยู่แล้ว
ส่วนอีกกลุ่มก็จะลดหลั่นกันไป ถ้าเรียนแย่หรือไม่อยากเรียนก็จะให้เรียนพอประมาณพื้นฐานก็พอ ตามศักยภาพ
แต่เด็กนักเรียนคิดว่า ผู้ใหญ่จะแบ่งห้องทำไม แบ่งชนชั้นโดยปริยาย บางทีในห้องแข่งกันชิงดีชิงเด่นโดยปราศจากความสัมพันธ์อันดี หรือถ้าย้ายห้องไปย้ายห้องมา ความผูกพันมันน้อย ไม่ค่อยรักกันไม่ค่อยสามัคคีกัน เราเป็นนักเรียน เราเป็นเด็กก็อยากจะอยู่แบบรวมๆทั้งดีทั้งไม่ดีปนๆกัน เรารับได้ จะได้เรียนรู้กันไง เพราะสังคมข้างนอกมีคนหลากหลายกว่านี้อีก

ก็ว่ากันไปต่างๆนานา อีกหลายประการ

เรื่องประเภทเด็กรวมถึงนิสัยเด็ก
เราว่าเรื่องแบบนี้ มีทุกห้อง ทุกโรงเรียน ทุกที่แหละนะ
เป็นเรื่องปกติของคนเรา ที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป

#12 By antzzer on 2008-05-11 21:21

อืม มีเพื่อนหลายอย่างยังงี้นี่มันเหนื่อยจริงๆน่อ

สู้ต่อไป สาวน้อย!!

#13 By ชาเขียวaddict on 2008-05-11 21:21

ตอนแรก ห้องดิชั้นตอน ม.4 แบบนี้เลยอ่ะค่ะ แถวเป็นห้องวิทย์ซะด้วย

แต่พอกิจกรรมเข้ามาเรื่อยๆ เราก็ไม่มี "ปลิง" อีกแล้ว

เพราะว่าเวลาเรียนเราก็ช่วยเหลือกันตลอด อาจเป็นเพราะพวก "เด็กเรียน" (ที่ดิชั้นเจอ) มันไม่ใช่คนที่เห็นแก่ตัวมากมายนัก คือมีอะไรก็ให้ "ลอก" (แหะๆsad smile)(หรือว่าห้องดิชั้นจะไม่มีเด็กเรียนเลยนะ sad smile)

แต่จริงๆ เราก็เก่งกันคนละด้าน ก็ช่วยๆกันไป ใครเก่งวาดรูปก็ช่วยมันวาด ใครเก่งคณิต ก็ช่วยกันสอน...ว่าไป

เวลามีกิจกรรม พวกไม่ค่อยเรียน (หรือเรียนไม่เก่ง)เนี่ยแหละ แรงสำคัญ ใช้มันได้เต็มทื่เลย!!big smile เพราะว่าเราก็ช่วยมัน มันก็ช่วยเรา ความเป็นเพื่อนมันอยู่ที่ตรงนี้แหละค่ะconfused smile

#14 By Sita on 2008-05-11 22:54

แวะมาดูลูกแมวคร่า....น่ารักจังเลย

น้องเรียนเก่งมากๆค่ะ ทำกิจกรรมไปด้วย จะทำให้น้องโตกว่าคนที่เรียนอย่างเดียว
และต่อไปในอนาคตจะเป็นคนที่เก่งรอบด้านค่ะ surprised smile
ตามความเห็นของผมนะ

การที่แยกเด็กเก่งออกมาเพราะว่าเขาจะได้มีคู่แข่ง
และจะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ แต่ถ้าหากกว่าคละกัน
เด็กเก่งอาจจะหลงตัวเองได้

แต่ถ้าเรียนในระดับที่สูงกว่านี้ จะต้องเป็น "ขยัน"
ไม่ใช่ "เก่ง" เพราะกิจกรรม+งานจะเยอะมาก
แล้วพวกเด็กเก่งก็จะมาตายระดับนี้กัน
เพราะไม่เคยเจอมาก่อน จะสู้เด็กกิจกรรมไม่ได้
(ยกเว้น แยกตัวเป็นเอกเทศไม่สนโลกใดๆทั้งสิ้น)
แต่พวกเด็กกิจกรรมก็จะตายตามด้วยเช่นกัน
เพราะเกรตก็ไม่ค่อยจะถึง

ยังไงก็ขอให้ขยันนำเก่งอย่างนี้ต่อไปนะ
สู้ๆ!! อีกหน่อยก็จะรู้เองว่าสิ่งที่เราทำในตอนนี้
มีค่ามากแค่ไหน =w=)b

#16 By Aspririn on 2008-05-12 01:05

สมัยเรียนมัธยมก็อยู่ห้องกลุ่มเด็กเรียนค่ะ แต่รองจากเรียนเก่งม๊าก อีกที คืออยู่ห้อง 2 เรียนเก่งม๊าก นั้นคือห้อง 1 ซึ่งจะเป็นพวกเด็กเรียนกันหมดเลย หวงการบ้านทุกอย่าง พอลงมาห้องที่เราอยู่จะกลายเป็นเด็กกิจกรรม+รวมมิตร แบ่งแยกกันชัดเจน แต่รู้สึกพวกครูจะปลื้มพวกเด็กเรียนมากกว่าอยู่ดี รู้สึกไร้สาระมาก ที่แบ่งแยกเด็กกันด้วยเกรด

#17 By General เบ๊ on 2008-05-12 09:04

ไม่ชอบระบบห้องคัดเท่าไรค่ะ แม้ว่าเราจะได้อยู่ห้องคัดก็ตามที ชอบแบบตอนประถมมากกว่า คละๆกันไป

#18 By \ MEIJI / on 2008-05-12 09:17

สังคมไทยยังชอบแบ่งชั้นวรรณะเหมือนกับอินเดียครับ
แบ่งคนเก่งไม่เก่งแค่ผลการเรียน

ปล.น้องปุยฝ้ายน่ารักจัง

#19 By Ponnuki on 2008-05-12 11:44

มันเกิดมานานแล้วในประเทศไทย เราเลยได้กลุ่มอื่นๆที่ ขยัน+ มานะ + หมั่นเพียร+พยายาม+อดทน
= ดอกเตอร์โง่ อวดฉลาด
มากำหนดแผนการศึกษาของชาติ
และปกครองประเทศอยู่ในปัจจุบันไงละครับ
ส่วนพวกเรียน ล้วนออกไปหาเงินหาทองด้วยการ
ตรวจป่วย อุดฟัน ตัดขนหมา ออกแบบตึก สร้างตึก ฯลฯ
ประเทศไทยเลยรอเลขลำดับสุดท้ายของเอเซียในไม่ช้า หรือของโลกในไม่นานครับ

#20 By pukedron on 2008-05-12 12:06

อุ้ย น้องปุยฝ้ายน่ารักจังค่ะ เหมือนแมวเราเมื่อก่อนเลย

ร.รเราก็เป็นค่ะ แต่เป้นการแยกที่ทำให้เราคิดว่า เอ่อ..นะ
นึกออกมั้ยคะประเ๓ทที่ว่าแยกแต่เรียนจริงๆออกไปเลย ห้องอื่นๆที่เหลือ
พวกเรียนๆมันก็จะน้อยลงเรื่อยๆ จนห้องสุดท้ายกลับกลายเป็นห้อง
ที่ไม่มีครูคนไหนอยากเข้า เพราะมีแต่เด็กที่ไม่เรียน
เราคิดว่าคละกันบ้างห้องนึงมันไม่เสียหายอะไรเลย
เด็กเรียนบางคนมีแต่เห็นแก่ตัว อวดแต่ว่าห้องข้าดีแบบนั้นแบบนี้
คอยดูถูกคนอื่น ทั้งที่ตัวเองคิดได้แค่ทฤษฎี

เราเองก็เบื่อนะ เอะอะอะไรก็เอาแต่ว่าห้องท้ายๆ คือเ้นแล้วมันรู้สึกไม่ดี
แล้วเด็พวกนั้นยิ่งโดนว่า ก็เหมือนเก็บกด ยิ่งทำตัวไม่ดี
-*-หนักเลย...ทีนี้ เซ็งเลยค่ะ
เปิดเทอมร.รเราก็มีแยกห้องวิทย์อีก เอาเด็กเรียนดีไปอยู่วิทย์1ให้หมด
- -? สุดท้ายวิทย์2จะเหลือ??..
เฮ้อ..

#21 By Kumori*San on 2008-05-12 13:01

เบื่อการเรียนอ่า

#22 By [-*-F-A-H-*-] on 2008-05-12 14:07

เคยเป็นมาทุกประเภทครับ ยกเว้นแต่ระดับหนึ่ง
คือมันไล่ระดับมาเรื่อยๆ เหมือนเลเวลอัพ

ผมว่าการแยกหรือไม่แยกมันก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไปนะ
แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน
อีกอย่างก็น่าจะขึ้นกับความเอาใจใส่ของเด็กด้วย
และผมไม่รู้เหมือนกันครับ
ว่าจะให้แยกหรือไม่แยก มันจะดีกว่ากัน

ถ้าคนเก่งอยู่กับคนเก่งมันจะเหมือนมีแรงกระตุ้น
แต่ระบบห้องจะล่มครับ
เพราะอาจปรับตัวเข้าหากันไม่ได้
คิดแต่ว่ากูแน่ กูแน่
เวลามีงานห้องก็เกี่ยงกันทำงานไม่ค่อยมีน้ำใจต่อกัน
หรือถ้าคนเรียนอ่อนไปอยู่ด้วยกันหมด
ก็พากันเจ๊งยกห้อง

แต่ถ้าคละห้อง แน่นอนครับมันจะช่วยกันได้มากขึ้น
แต่ก็ไม่แน่เสมอไปครับ
เพราะยิ่งถ้าไอ้คนเก่งมันเก่งเท่าไหร่
คนที่เรียนอ่อนก็อาจหมดกำลังใจไปดื้อๆ
การบ้านก็ขอลอกเค้าไปวันๆ หมดกำลังใจในการพัฒนาตนเอง

ผมคิดว่าที่สำคัญที่สุดคงขึ้นอยู่กับการขวนขวายของตัวเด็กเองมั้งครับ

#23 By ปิงกรู on 2008-05-12 14:27


ห้องคิงทำให้เราเกลียดขี้หน้าพวกคิดว่าตัวเองเก่งอ่ะ
ก็แค่เรียนพิเศษล่ะวะ ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง
เป็นเหมือนกบในกะลาไม่รู้ว่าโลกเค้าไปถึงไหนกันแล้ว
แล้วอาจารย์ก็มักจะชอบไอ้พวกนี้ด้วย ยิ่งทำให้มันคิดว่าตัวเองดีเข้าไปให้tongue
มันทำให้เราเหิ่นห่างกับเพื่อนห้องคละ
ผมเป็นเด็กรวมมิตรครับ ^^
ผมเป็นเด็กรวมมิตรครับ ^^
แวะมาแปะว่าผมเป็นพวกไม่เข้าพวกฮะ 555+
เรียนก็ไม่เรียน กิจกรรมก็ช่างมัน โฮะๆ

+ เกลียดเพลง "เด็กเอ๋ยเด็กดี" มากกกกก

#27 By nanoguy on 2008-05-12 15:25

จะไปแยกทำม้ายย??

จับมันรวมๆกันไปแหละ
5555555 มีสีสัน
แล้วก็เป็นชีวิตจริงดีด้วยนะ

.
.

น้องปุยฝ้ายน่ารัก

#28 By ”• dhy ”• on 2008-05-12 16:38

เป็นเด็กแนวมั่วๆครับ ได้ทั้ง 4 แบบตามอารมณ์ ^^''
(- -)....
บอกว่าเพื่อนๆในห้องให้ความนับถือได้แบบเต็มปากเลยแฮะ
อืมๆ คนแบบนี้ก็มีเหมือนกัน

#30 By LiTTLe on 2008-05-14 16:22

แล้วชั้นเด็กอะไรอ่ะ

#31 By หลัก-กิ-โล on 2008-07-18 18:10